Thailand's leading publisher of caliber trade publications

SKYACTIV Technology Lands Mazda 3rd in Thai Market

SKYACTIV Technology Lands Mazda 3rd in Thai Market

A total of 3 new models to be launched during the second half of 2015

Mazda CX-5 Mazda2 Mazda3

เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ มาแรง ส่งมาสด้าขึ้นแท่นครองอันดับ ครึ่งปีหลังเสริมทัพอีก 3 รุ่นรวด ทั้งปิกอัพ สปอร์ต รถอเนกประสงค์

Take-San3กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 28 กรกฎาคม 2558 - บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยตัวเลขยอดขายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนมิถุนายน 2558 ทะลุ 2,900 คัน สามารถขยับขึ้นมาครองอันดับที่ 3 ของตลาดรถยนต์นั่งได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ทั้ง 3 รุ่น ในขณะที่รถยนต์นั่งมาสด้า3 ก้าวขึ้นครองอันดับที่ 2 ของตลาด C-Segment ส่วนแบ่งการตลาด 18% รถยนต์นั่งมาสด้า2 ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 11% นี่คือบทพิสูจน์ในความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์จนทำให้ลูกค้าเกิดความความเชื่อมั่นใน    แบรนด์มาสด้าจนสามารถยืนหยัดและรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ได้ ส่งผลให้ยอดขายรวมครึ่งปีแรกยังสดใสสามารถเติบโตทะลุ 16,000 คัน ลั่นครึ่งปีหลังรุกหนักรอบทิศทาง เตรียมส่งรถใหม่เสริมทัพอีก 3 รุ่นรวด ครอบคลุมเซ็กเม้นต์หลักๆ ทั้งปิกอัพ รถสปอร์ต และรถอเนกประสงค์

นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยในครึ่งปีแรกยังคงชะลอตัว โดยได้รับผลพวงอย่างเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ 6 เดือนแรกของตลาดอยู่ที่ประมาณ 368,000 คัน หรือลดลงประมาณ 16% ส่วนในครึ่งปีหลังคาดว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่สดใสมากขึ้น ในส่วนของมาสด้ายอดการขายโดยรวมยังคงทรงตัวไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 16,837 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งแม้ว่ายอดขายจะทรงตัวแต่ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

สำหรับยอดขายรถยนต์มาสด้าในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา มียอดขายรวมทั้งสิ้น 2,939 คัน โดยรุ่นที่มียอดขายสูงสุดได้แก่รถยนต์นั่งมาสด้า2 มียอดขายสูงถึง 1,513 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 158% และครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดถึง 11% ก้าวขึ้นมาครองอันดับที่ 5 ของตลาดบีคาร์รวมกับอีโคคาร์ และกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมียอดขายเพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน ถัดมาได้แก่รถยนต์นั่งมาสด้า3 มียอดขาย 557 คัน สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 18% ก้าวขึ้นมาครองอันดับ 2 ของตลาดซีเซ็กเม้นต์ ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ยอดขายรวม 653 คัน และรถอเนกประสงค์มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 มียอดขายรวม 216 คัน ทั้งนี้ในเดือนมิถุนายนสำหรับตลาดรถยนต์นั่ง มาสด้าสามารถก้าวขึ้นมาครองอันดับ 3 ในตลาดได้สำเร็จ ด้วยยอดขายรวมทั้งสิ้น 2,070 คัน

ในขณะที่ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มาสด้าดำเนินนโยบายการตลาดในเชิงรุกทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย จากการประเมินสภาวะการตลาดรถยนต์ไทยในช่วงที่ผ่านมาได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และกำลังจะทะยานขึ้น โดยตลาดเก๋งของมาสด้าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งมาสด้า2 ได้รับกระแสตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างมากๆ จากการประเมินตั้งแต่ต้นปีเราคิดว่าตลาดรถเก๋งเล็กและขนาดกลาง รวมถึงตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ยังมีแนวโน้มและทิศทางที่เป็นบวก และยอดขายรถเก๋งของเราเติบโตเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะมาสด้า2 เรามียอดการจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 7,220 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 110% มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 7% และคาดว่าเดือนกรกฎาคมนี้จะเพิ่มขึ้นทะลุ 1,800 คัน

ในส่วนของรถรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนให้มาสด้าเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาสด้า3 โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 3,751 คัน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4% ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 17% ส่วนอเนกประสงค์เอสยูวี Mazda CX-5 ยอดการจำหน่ายก็เป็นไปในทางที่ดีเช่นกัน ปัจจุบันมียอดขายรวมทั้งสิ้นสูงถึง 1,734 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 4% ส่วนยอดขายรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร อยู่ที่ 4,117 คัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และคาดว่ายอดการจำหน่ายจะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมาสด้ากำลังจะเปิดตัวเข้าสู่ตลาดในเร็วๆ นี้

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงครึ่งปีแรกนั้นมาสด้าให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำรถยนต์มาสด้า2 ใหม่ ทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน เข้าสู่ตลาด ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม พร้อมกับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นส่งผลให้วันนี้มาสด้า2 กลายเป็นรถยนต์นั่งที่ร้อนแรงที่สุดในยุคนี้ และในช่วงเวลา 5 เดือนกว่าจากนี้ไป มาสด้าพร้อมรุกเต็มที่ เราคาดว่าตลาดจะกลับมาดีขึ้นอย่างมาก เห็นได้จากเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนยอดขายเริ่มดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงครึ่งหลังปีนี้มาสด้าเตรียมเปิดตัวรถยนต์หลายรุ่นที่จะเสริมทัพเข้ามาทำตลาด ได้แก่ รถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ รถสปอร์ตโรดสเตอร์ มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 และรถยนต์อเนกประสงค์ที่ทุกคนรอคอย มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่มีรสนิยมแตกต่างไม่เหมือนใคร

นอกจากนี้การผลักดัน เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ให้เป็นที่ประจักษ์และประสบผลสำเร็จในทุกตลาด คือ เป้าหมายหลักในการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในอนาคต การคิดค้นนวัตกรรมใหม่คือหัวใจสำคัญของมาสด้า เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ที่มาสด้ามุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้เครื่องยนต์เผาไหม้ภายในทำงานได้อย่างเหมาะสมให้ผลลัพธ์สูงสุดและงานวิศวกรรมที่ใช้วัสดุน้ำหนักเบา เทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในรถมาสด้าใหม่ทุกรุ่น และเป็นยานยนต์สีเขียวที่มีราคาไม่แพง เทคโนโลยีนี้จะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้ามาสด้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มาสด้านำมาผลิตกับรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งคัน ที่สำคัญลูกค้าสามารถรับรู้และสัมผัสถึงประสิทธิภาพของตัวรถจนเกิดการบอกต่อปากต่อปากทำให้ความร้อนแรงของมาสด้าแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

“มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อยกระดับแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียม ภายใต้แนวคิด “สึนาการิ (Tsunagari)” อันเป็นปรัชญาของมาสด้าในการมุ่งมั่นพัฒนาให้กลายเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่ลูกค้าเลือก ในครึ่งหลังของปีนี้ มาสด้าก็ยังคงมุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นให้เป็นพรีเมียมแบรนด์ และสร้างความแตกต่างของแบรนด์มาสด้าให้เด่นชัดยิ่งขึ้น อันจะเห็นได้จากการปรับรูปลักษณ์ของโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและยกระดับภาพลักษณ์ของโชว์รูมให้ดูพรีเมียมมากขึ้น” นายธีร์ กล่าวเสริม

SKYACTIV technology pushes Mazda to achieve Sales Volume at No.3 in Thai market

Take-San3Bangkok, July 28, 2015 – Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd. has been able to break the 2,900-units sales mark in June 2015, pushed the brand to be ranked in No.3 for passenger cars sales the first time in Thai market. The SKYACTIV models have led Mazda to great success; Mazda3 is now ranked at No.2 in C segment with 18% market share, the new Mazda2 claiming 11% share in June. This is successful evidence that Mazda is determined to build the brand to be the one that customers trust. This has led Mazda to be able to maintain market share with the total sales volume exceeding 16,000 units for the first half. Mazda is planning to launch an aggressive campaign during the second half of the year with three new models, pickup truck, roadster and SUV, due to hit the roads.

According to Hidesuke Takesue, President of Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd., Thailand’s economy during the first half of 2015 has been slowing since the end of last year. “Total domestic auto sales during the first six months reached 368,000 vehicles, equivalent to a decline of 16 per cent. However during the remaining part of the year, we expect the situation to improve. For Mazda, total sales were stable with only small changes. Total Mazda sales during the first half of 2015 were 16,837 units, equivalent to a 4.9-per cent market share, which is considerably higher than the same period last year. This is a good success for Mazda because even with stable sales, our market share has risen significantly,” he said.

Meanwhile, Mazda sales in June reached 2,939 units, with the Mazda2 achieving sales of 1,513 units, up 158 per cent compared to the corresponding month last year and equivalent to 11 per cent market share while ranked at No.5 of B-car and Eco Car segment. Popularity of the Mazda2 is growing along with increased monthly sales. Next is Mazda3 with 557 units, snatching a high 18 per cent market share while ranked at No.2 followed by the BT-50 PRO pickup with 653 units and the sales of the CX-5 SUV were 216 units in June. As for passenger car segment, Mazda is now ranked at No.3 of the market with the total sales volume of 2,070 units as of June 2015.

Marketing director Thee Permpongpanth added that during the first 6 months of the year, Mazda has carried out an aggressive marketing strategy along with sales and after-sales activities. “Our market evaluation shows that the Thai automobile market has passed its lowest point and is heading for recovery. Mazda’s passenger car market is growing continuously especially with the Mazda2 gaining increased popularity among subcompact car buyers. Our evaluation since the start of the year also shows that the small and midsized passenger car market, as well as the SUV market, has a positive trend and our passenger car sales performance has been satisfactory – accumulated sales of the Mazda2 has reached 7,220 units, giving us a 7 per cent market share. We expect that Mazda2 sales in July will break the 1,800-unit mark,” Thee said.

Models featuring SKYACTIV technology remains the top sellers for the brand, helping Mazda to maintain continuous growth. Accumulated sales of the Mazda3 this year were 3,751 units, up 4 per cent compared to the same period last year, while market share has surged up to 17 per cent. Year-to-date sales of the CX-5 is 1,734 units helping it to claim a 4 per cent market share while sales of the BT-50 PRO amounted to 4,117 units, which is close to our original target. We expect increased sales during the second half of the year because of the three new models we are planning to launch.

Thee added that Mazda gave much importance to introducing both the clean diesel and gasoline versions of the Mazda2 model during the first half of 2015. “We were highly successful and the market response to the Mazda2 was exceptional, making it the hottest passenger car model today. During the remaining part of the year, Mazda is ready to compete aggressively and we expect that the market will recover considerably. The positive trend can be seen during the month of May and June where sales started to improve. And during the second half of the year, Mazda will launch three new and exciting models namely the new BT-50 PRO, MX-5 roadster and the much-awaited CX-3 subcompact SUV that will appeal to customers with unique taste and requirements,” he said.

Mazda is promoting its SKYACTIV technology in every market it is present and expects success as well. Mazda’s main objective is to develop new technologies like SKYACTIV that redefines the engineering world by taking a whole new approach to vehicle development. With cleaner-burning engines and lower vehicle weight, the new technology is being incorporated into every new Mazda model. The SKYACTIV technology is cost- effective and eco-friendly. It benefits Mazda customers who can easily notice the outstanding performance. Word of mouth among customers is spreading the popularity for Mazda.

“Mazda is determined in becoming a premium brand under ‘TSUNAGARI’, which is Mazda’s philosophy in becoming the only one brand in the hearts of customers. During the second half of the year, Mazda is also determined to continue building our Japanese brand into a premium brand, and create an even bigger difference for the brand. We can see this through the improvement of Mazda showrooms all over the country to a single high standard that reflects our premium heritage,” Thee concluded.


Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *